| Thidarat 的个人资料Jazz Up > dAo +照片日志列表 |
|
4月20日 .....^^.....คิดหัวข้อไม่ออก
แต่อยากบอกว่าสงกรานต์ปีนี้กร่อยจริงๆ อดเล่นน้ำเลย เพราะเกิดเหตุวุ่นวาย จลาจล โกลาหล กันเล็กน้อยในกรุงเทพฯ
หยุดกันตั้งหลายวัน หยุดกันจนลืมทำงานเลยทีเดียว 555
ได้ไปเที่ยวจิงๆ แค่ 1 วัน เองอ่ะ
แต่ก็สนุกแบบร้อนๆ ตามสไตล์เดือนเมษา
ทริปนี้ได้ไปย้อนวันวาน กันที่บึงฉวาก จ. สุพรรณบุรี
จำได้ว่า เคยไปตอนสมัยอยู่ ม.ปลาย โน่นแน่ะ ซึ่งมันก็นานโขอยู่
บอกได้คำเดียวว่า เปลี่ยนแปลงเยอะมั่กๆ ทำไมตอนนู้นมันไม่รู้สึกว่าใหญ่ฟระ
คราวนี้ไปรู้สึกว่า เบ้อเริ่มกว่่า มีไรให้ดูเยอะแยะมากมาย ซึ่งเป็นของโปรด ของเด็กๆทั้งหลาย ทั้งโซนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ แล้วก็ มีพืชผักแปลกตาให้ดู
แต่อากาศร้อนสุดๆ
แต่ก็ได้ไปดับร้อนที่วัดป่าเลไลย์ (เพราะว่าไปถึงก็ 6 โมงเย็นละ) เกือบจะพลาด
สรุปว่าก็สนุกไปอีกแบบ ทริปเล็กๆน้อยๆ ในช่วงวันหยุดยาว
บ่นจบและ
3月16日 return to space!!! 1 ปีแล้วหรือนี่ ที่ไม่ได้เข้ามาในspaceตัวเองเลย... มัวแต่ไปเห่อของเล่นอย่างอื่น พวก ฮิ5 multiply แล้วก็ล่าสุด face book (ซึ่งยังงงๆกะมันอยู่) 555
1 ปี นี่มันเร็วมากมาย มีหลายสิ่งที่ตั้งใจจะทำ บางอย่างก็ได้ทำไปแล้วผ่านไปด้วยดี บางอย่างก็ยังคงไม่ได้เริ่ม และบางอย่างก็รุ้สึกท้อตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม
ปีใหม่ 2009 เผลอแป๊บเดียว เข้าเดือนที่ 3 แล้วหรือนี่ เร็วได้อีก.... แต่อย่างน้อย 3 เดือนที่ผ่านมา ก็ยังมีอะไรดีๆ ผ่านเข้ามาบ้าง ทั้งไปเที่ยว เจอเพื่อนๆ
ก็ทำให้มีความสุขผ่านเข้ามาในชีวิต เล็กๆน้อยๆ ช่วยลบความเบื่อหน่าย ความกังวล บ้าบอในชีวิตส่วนตัวลงไปบ้าง
แต่อีก 9 เดือนข้างหน้า สำหรับ ปี 2009 นี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง ก็ step by step ....ก้าวต่อไป (ในทางที่ควรจะเป็น)
8月17日 Happy timeมาอีกแล้ว หลังจากหายจาก space ไปประมาณครึ่งปีได้ (นานเหมือนกันแฮะ)
มัวแต่ไป อินกับ hi5 หุหุหุ
วันแห่งความสุขเพิ่งผ่านพ้นไป " 14-08-08 " เป็นอีก 1 วันที่จะไม่มีวันลืมเลย
ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมอยู่ในช่วงเวลา happy time ของเรา ขอบคุณ ปะป๊า แม่ พี่ตั้ม(ซึ้ง ที่อุตส่าห์เดินทางซะไกลมากๆ เพื่อมางานน้อง) ญาติๆ และเพื่อนๆ
ที่มาเพิ่มสีสันในรูปถ่าย ขอบคุณสำหรับของขวัญต่างๆมากมายค่า...ซึ้งๆ คนที่ไม่คิดไม่ถึงว่าจะมาก็มางานเราจนได้ :) ขอบคุณในทุกๆสิ่งที่ทำให้วันนี้สมบูรณ์ และผ่านไปด้วยดี
วันนั้นเหนื่อยมากๆ (ความจริง เหนื่อยตั้งแต่วันซ้อมใหญ่แล้วล่ะ) แต่ก็สู้เพราะมันเป็นวันของเราที่คงเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวเท่านั้นอ่ะนะ
(เพราะหลังจากนั้นคงจะไม่มากมายขนาดนี้และล่ะ)
4 ปีที่รอคอย แม้ว่ามันจะไม่ได้ทำให้เราhappyไปกับทุกๆวัน เพราะ มีทั้งสุขและทุกข์ อุปสรรคต่างๆ เจออะไรหลายๆอย่าง
แต่อย่างน้อยวันนี้งานรับปริญญาก็เป็นวันที่มีความสุขมากๆเลย จบเเร้ว!!! เย่ แต่ก็คงต้องก้าวต่อไป keep going
ไม่รุว่าจะมีอะไรรออยู่ข้างหน้าบ้างหนอ...
1月25日 marathon.....ทริปมาแว้ว.....
ห่างหายจากspace ไปพักนึง กลับมาคราวนี้แสดงว่าต้องมีอะไร
.....
ช่วงนี้ชีพจรลงเท้า นิดนุง.....
ล่าสุด ก็ ทริป ขึ้น เหนือ ไปเชียงใหม่ & เชียงราย
ถือได้ว่าเป็นการเดินทางที่มาราธอน อีกครั้งหนึ่งเพราะต้องแข่งกับเวลาอันน้อยนึดที่จึ้ก้น
ล้อหมุนคืนวันอังคารที่ 15 jan 08 มุ่งสู่เชียงใหม่ แต่พักกลางทางก่อน เนื่องจากไม่สามารถขับเยี่ยงรถทัวร์ได้ พวกเรา ก็ตะล็อกต็อกแต๊ก มาจนถึงเชียงใหม่ในที่สุด
ถือได้ว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางที่ขับรถเยอะที่สุดอีกทริปนึงเลยที่เดียว (นั่งเหนื่อยเลย 55555)
แต่ไฮไลท์ที่ตั้งใจอยู่ที่จ.เชียงราย ที่ตั้งใจไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูชี้ฟ้า มันงามจริงๆ และยังทำให้ได้รู้อีกว่าไม่ใช่เเรแค่นั้นที่ถ่อมาตั้งไกลเพื่อมาดูพระอาทิตย์ขึ้นไม่ถึงชั่วโมงแล้วก็กลับ แต่ยังมีอีกหลายคน ที่ออกเดินทางตอน
ตี 2 ตี 3 ข้ามจังหวัดกันเพื่อมาถึงทันพระอาทิตย์ขึ่นตอนรุ่งเช้า และยังทำให้รู้ว่า เราได้มายืนอยู่ในที่ๆ สวย น่าประทับใจแห่งหนึ่งในประเทศไทย.....แถมได้บุญกลับบ้านอีกแม้จะเที่ยวแต่ก็ไม่ลืมเข้าวัด อิอิอิ
แต่ถือว่าคุ้มที่มาจริงๆ ได้เห็นอะไรสวยๆงามๆ ถ่ายรูปสวยๆ อากาศดีๆตอนกลางคืน (เพราะกลสงวันร้อนเยี่ยง กทม.) แต่ที่น่าเศร้า อดเข้าสวนสัตว์เชียงใหม่อ่ะ :((((( หมีแพนด้าที่รอคอย ก็อดดูเนื่องจากเวลาไม่อำนวย
เหอๆ พิมพ์ยากลำบากจัง ยังไงก็เดินทางไปกับรูปถ่ายแล้วกันนะ
แล้วพบกันใหม่ทริปหน้า bye
see u again next trip 1月6日 On tour ข้ามปี -- Shan tou - Jie Yangช่วงหยุดเทศกาลปีใหม่ปีนี้ ถือได้ว่า เป็นอีกปีที่มีอะไรตื่นเต้นอีกแล้ววววว.....นั่นคือ on tour กันข้ามปีที่เมืองจีน!!!
Trip นี้คณะทัวร์ไปกันที่ Shan Tou - Jie Yang
ใช้เวลาจาก กทม. ถึงสนามบินที่ซัวเถา ประมาณ 3 ชม. ได้ พอมาถึง ก็ได้สัมผัสอากาศเย็น ถึงขั้นหนาว โอ้ว!! ดีจัง ได้ขุดเอาเสื้อกันหนาวออกมาใส่ซะที นึกว่า จะโดนปลวกแทะหมด
ถึงสนามบิน ก็นั่งรถออกไปอีกเมืองนึง ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายหลักของการเดินทางในครั้งนี้ คือ เมืองJie Yang (หลายคนคงงงกับเมืองนี้ รวมทั้งตัวเราด้วยอ่ะ เมืองไรหว่าไม่เคยได้ยิน) ใช้เวลาประมาณ เกือบ 1 ชม.ก็ถึงแล้ว
ระหว่างทาง ก็ได้ปวดหัว กับ งงๆ ของระบบการขับรถที่นี่ เพราะว่า บีบแตรกันสนั่นหวั่นไหว ยังกับ เล่นดนตรีที่ฟังไม่รู้เรื่อง รถแบบว่าขับกันโปรมากๆ แซงกันวุ่นวาย ขับสวนกัน ตัดหน้ากันสนุกสนาน
ทั้ง รถจักรยาน มอร์เตอร์ไซค์ รถเก๋ง รถบรรทุก นั่งอยู่ในรถแล้วก็ ตื่นเต้นไปด้วย เพราะอยู่ในเหตุการณ์จริง ไม่ใช่เรื่องสมมติ แต่ด้วยคงามมากประสบการณ์ของคนขับรถก็พาพวกเรามาถึงที่หมาย จนได้ เย่!!!
.
..
...
พอถึงที่พักก็ได้เจอกับอาปักที่นั่งรอพวกเรา 7 คน เดินทางด้วยใจจดจ่อ ถือเป็นครั้งที่ 2 ได้มั้งที่เราเจอกับอาปัก เพราะครั้งล่าสุดที่เจอ ยังตัวเล็กๆอยู่เลย เห็นพี่น้องที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน ได้เจอกัน แล้วก็รู้สึกดีใจ
แล้วก็มีความสุขไปด้วย อาปักยังแข็งแรง สุขภาพเยี่ยมอยู่
พอวันรุ่งขึ้นหลังจากได้พักกันหายเหนื่อยก็เริ่ม on tour ไหว้พระกันใหญ่ ออกกันแต่เช้า เพราะต้องใช้เวลาขับรถออกไปนอกเมืองอีก ก็อิ่มบุญกันถ้วนหน้า
คืนวันปีใหม่ ก็ได้ไปดูน้ำพุเต้นระบำ ที่ทางการได้ทำเอาไว้ให้ได้ดูกัน มีอยู่ 2-3วันก็หมด ดูน้ำพุท่ามกลางอากาศหนาวมากๆ แต่ก็เพลิน ดูไปสั่นไป 555
ส่วนใหญ่ทุกเย็นหลังจากไปเที่ยวข้างนอกเสร็จก็จะต้องแวะมาบ้านอาปักเพื่อกินข้าวต้มกัน ก็ตั้งวงกินเป็นวงใหญ่ดูสนุกสนาน อาปัก กับ ปักเม้ อยากให้มากินข้าวที่บ้านเพราะว่า กินกันเยอะสนุกสนาน ลุกกันไปมา ไม่อยากไปกินข้างนอกเพราะว่าขี้เกียจทำตัวเรียบร้อย 5555 (อืม....มันก็จริงอะนะ)
ทริปนี้ถือได้ว่า เป็นทริปเยี่ยมญาติ แล้วก็ไหว้พระ แล้วก็กินนะคะ แล้วก็ได้เห็นวิถีชีวิต ชาวบ้าน คนเมือง ตลอดจน อะไรหลายๆอย่าง ที่ไม่เคยเห็น แต่ที่แน่ๆ คือ เกือบจะเป็นใบ้ตลอดทริป เนื่องจาก โฟ่ ภาษาจีนไม่เป็น ทั้งจีนกลาง แต้จิ๋ว และ แคะ พูดไม่ได้ จึงได้แต่เรียนรู้ประโยคที่ทำให้ไม่อดตาย คือ สวัสดี ลาก่อน กินข้าว กินข้าวต้ม เอา ไม่เอา อิ่มแล้ว พอแล้ว 555555
แถมมาคราวนี้ก็ได้รู้จักหลานๆเพิ่มอีกถึง 3 คน เฮ่อ แก่ได้อีกนะเรา!!!! แต่หลานๆก็น่ารักมากๆ ยิ้มแย้ม อัธยาศัยดี พยายามเข้ามาคุยด้วย ทั้งภาษาอังกฤษ + จัน ปนกัน วุ่นวาย รู้มั่ง ไม่รู้มั่ง แต่ก็สนุกดีนะ
พอถึงวันกลับก็เป็นวันที่แอบเศร้า เพราะว่าต้องลาอาปักแล้ว แต่...ยังไงก็ต้องลากัน ถ้ามีโอกาสก็คงจะได้กลับมาอีก.....
ทริปนี้ไม่ได้สนุกมาก แต่ก็ถือว่าโอเคนะ เป็นประสบการณ์ดีๆอีก 1 ทริป in my memory ... 12月3日 Happy month!!!!ช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ถือได้ว่าเป็นเดือน แห่งความสุขเลยก็ว่าได้ เพราะบรรดาเหล่าดารา ก็พากันแต่งงานกันต็มไปหมด รวมทั้งญาติสนิทมิตรสหายของเราเอง
เมื่อวันพฤหัส ที่ผ่านมา(29nov07) ก็เป็นคิวของเจ๋อีกคนนึงของเราที่แต่งงาน ไม่มีรูปอ่ะเพราะไม่ได้เอากล้องไป (ขี้เกียจถืออาศัยเนียนกล้องชาวย้านอิอิอิ) เจ๋ออยสวยงาม ขาวอยู่แล้วก็ขาวได้อีก
เฮ่อ!! อิจฉาคนขาวจริงๆ ทั้งเจ้าบ่าว& เจ้าสาว หล่อ สวย กันสุดริดเลยทีเดียว
2 วันต่อมาเป็นวันที่รอคอย อิอิอิ because มันเป็นวันยกน้ำชา ด้วยความที่ข้าพเจ้าเป็นน้องคนเล็กสุด จึงยิ้ม มีความสุข because เป็นฝ่ายยกให้จึงได้ตังกินหนมมมมมเเล้นนนนน เย่!!! Thank you so much ka.....
ตกบ่ายจนมืดค่ำ ก็ไปเที่ยววววววงาน virgin hits award 2007 มา ด้วยอภินันทนาการจากเพื่อนสาว ที่อุตส่าห์เอาบัตรมาให้ ก็ไปหลั่น ล้า กัน ถ่ายรูป กับศิลปิน & DJ poom สุดปลื้ม เท่ห์สุดๆ และได้ไปกรี้ดแตก ปล่อยแก่ กับ นักร้องเดิ้นๆ เพลงหนุกๆ กัน โอ้ย ปลื้มมากๆๆๆๆๆ scrubb ที่ใฝ่ฝันอยากจะเจอ finally, I got it!!!!! shane ward หล่อมากกกก Big bang ที่ตอนแรกสะเหร่อไม่รู้จัก อุตส่าห์เดินเฉียดหน้าไป แต่เราทำหน้างงซะงั้น เพราะไม่ปลื้ม แต่ปรากฎ ว่า พอแสดงบนเวที เพิ่ง เห็นแสงความหล่อเหลา 55555 เลยปลื้มไปเลย ณ ตอนนั้น.....หนุกๆแบบนี้ แต่ต้องแลกกับความเมื่อยขา because ได้บัตรหน้าเวทั เลยได้ยืนเลยยย....แต่ก็มันส์ดี นานๆที จะได้ไปงานอะไรแบบนี้กะเค้า.....
วันต่อมาก็เป็นคิวแต่งงานของพี่ที่รู้จักกันตั้งยน้านนนนานมาแล้ว นั่นคือ พี่เต้ย นั่นเอง บรรยากาศงานขอชมว่าไม่เคยเจองานแต่งงานอะไรแบบนี้มาก่อน เอากล้องไปด้วยงานนี้ไม่พลาด(ความจริงต้องขอบคุณแม่ ที่หยิบกล้องติดไปไม่งั้นพลาดจริงๆอ่ะ) งานดูไม่ใหญ่โต แต่....มันมีความเป็น international อยู่เต็มๆ ตั้งแต่ของชำร่วย คือถุงผ้า let's say no to plastics!!!! โวว ทันสมัย เจ้าบ่าวสาว ใช้ 2 ภาษา Eng- Thai กันเลยที่เดียวเพราะเด็กนอกทั้งคู่ เลยมีเพื่อนๆต่างชาติมางานด้วย งานจัดเป็น cocktail ในสวน เป็น กาล่าดินเนอร์ อาหารอร่อย อิอิอิเดิ้นมาก พิธีไม่วุ่นวาย เชิญใครๆมาพูด เค้กก็เป็นเค้กใบเตย ดูต่างจากงานอื่นๆ มีเกมส์ให้คนที่มาร่วมงานเล่นด้วย คือเกมส์ sweet kiss แต่เกมนี้ สำหรับคนมีคู่รักแล้ว (เราก็สะเเด่วแห้วเพราะยังไม่มี หุหุหุ) เพลงก็ร้องเพราะมากมาย อีกทั่ง ยังมี surprise เต้นรำกันเปิด floor เจ้าบ่าวเจ้าสาว ร้องเพลงคู่กัน way back into love , ขอจันทร์(ใช่มะ ไม่แน่ใจ) และคำกล่าวของเจ้าบ่าว "thank you.......for choosing me" โว่วววววน่ารักมากกกกกกก ...(อยากบอกว่าซึ้งตาม เล่นเอาน้ำตาซึมน้อยๆ)
และบรรดาเพื่อน เจ้าบ่าวสาว ก็ทยอยเวียนกันขึ้นมาร้องเพลงให้ โอว จะบอกว่า ตระกูลนี้ เพื่อนๆ อีก ร้องเพลงเพราะกัน มากมาย ฟังจนเคลิ้มเลย งานนี้บ่งบอกถึงความสุขอย่างจริงใจที่มีอยู่ทั่วงาน
!!!!!ถ้าพี่เต้ยได้เข้ามาอ่าน หนูก็อยากบอกว่า ของแสดงความยินดีกับพี่ทั้ง2 มากๆ เลยค่ะ แล้วก็งานจัดได้ดีมากๆ สร้างความประทับใจ และรอยยิ้มให้กับแขกที่มาร่วมงานกันเป็นแถว ขอให้ความรักของพี่ๆทั้งคู่ มั่นคง และยั่งยืนตลอดไปค่ะ
!!!!!สำหรับเจ๋ออยแม้ว่าคงจะไม่ได้เข้ามาอ่าน แต่ก็อยากบอกว่า งานเจ๋ออยหนูชอบตอน presentation นะ มีทำเดินแบบด้วยน่ารักมากๆๆเลยค่ะ เข้าใจเลือก location เนาะ แล้วก็เช่นกันค่ะ ขอให้ความรักขอเจ๋ เจริญงอกงาม มีหลานให้หนูได้อุ้มไวๆนะคะ
ถือได้ว่า ช่วงอาทิตย์นี้ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่เราเห็นได้จากคน 2 คนที่มีความรักให้กัน จนทำให้งานออกมา เดินเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงความสุข และรอยยิ้ม (ไม่ได้เว่อแต่มันคือความจริง) มันก็ทำให้เรามีความสุข และอิ่มเอมไปด้วย.... และมีรอยยิ้มให้กับสัปดาห์ใหม่ที่กำลังจะมาถึง.....keep going....
Virgin hitz award 2007...
P'Toey wedding...
11月21日 Awesome!!!! tripการเดินทางครั้งใหม่.....
คราวนี้ไปทะแล!!!!~ จุดหมายอยู่ที่เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล !!!!~
ทริปนี้ไม่ผิดหวัง แม้จะเดินทางนานก็ตาม ใช้พาหนะ เกือบครบทุกชนิด เครื่องบิน เรือ taxi รถไฟ รถตู้ รถกระป๋อง เดิน ....พอมาถึงก็หายเหนื่อยเล้ยยย
ทะแลแจ่มมากกกกก น้ำใส ไหลเย็น เห็นก้อนหินใต้น้ำ เลยทีเดียว ขอบอกว่ามันสวยเช็ด มากกกกก ถ้ามีโอกาสจะต้องกลับไปอีกให้ได้ถ้าไม่แก่ไปซะก่อน
บรรยากาศtrip นี้โดยรวมเป็นไปอย่างสนุกสนาน ฮาแตก แม้จะมีอุปสรรคแต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี ทุกคนได้สีผิวใหม่กลับมากันถ้วนหน้า .....อั้มกลายเป็นขวัญใจเด็กที่resort ไปเลย 55555
พูดแล้วก็อยากไปอีกแฮะ
.
..
...
....
.....
....
...
..
.
คิดถึงหลีเป๊ะ
miss
9月11日 กร๊าก....วันนี้ดูเหมือนไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่แล้วมันก็มีจนได้ วันนี้อ.ที่ปรึกษานัดส่งงาน ก็อืมตื่นแบบชิวๆ เพราะเวลายังเหลือ ก็เรื่อยๆ นั่งรถเมล์ สูดควันดำตามปกติ
พอไปถึงก็เดินไปเดินมาหาห้อง แล้วก็พบนั่นก็คือเดินกลับไปที่ห้องโครงการ ก็พูดคุยกับจารย์ นิดหน่อย แล้วจารย์ก็ให้ทิ้ง e-mail ไว้
เดี๋ยว ฃจารย์อ่านงานแล้วส่งกลับ ก็หยิบกล่องถุงใส่อุปกรณ์เครื่องเขียนขี้นมา แต่แล้ว...ก็ไม่ใช้ เพราะเห็น ปากกาวางอยู่ตรงหน้า
เลยหยิบมาใช้ เสร็จและ ก็กลับบ้าน ส่งงานปรึ๊ดปร๊าด ใช้เวลารวดเร็ว ก่อนกลับก็ซื้อขนม แล้วก็นั่งรถเมล์หน้าง่วงๆ
กลับบ้าน ชืวมากวันนี้ ในหัวว่างเปล่า เหมือนลอยกลับบ้าน ที่บ้านงงเล็กน้อย ว่าไปมหาลัยจริงรึเปล่า
ทำไมเร็วจัง ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง วางของด้วยตวามร้อน ง่วง เหนื่อย แล้ว...กร๊าก
คุ้ยของในกระเป๋า รุสึกมีบางอย่างหายไป...เฮ้ย!!!ถุงอุปกรณ์เครื่องเขียน
ที่มีมากกว่าเครื่องเขียน มันหายไป กรำ ระลึกได้
คือวางทิ้งไว้ที่โต๊ะอาจารย์นั่นเอง ซวยเเละ
แต่คงไม่กลับไปเอาและล่ะ เลย
โทรบอกครูว่าลืมไว้ จะไป
เอาวันรุ่งขึ้น เหอๆ
ขอบคุณสวรรค์ ที่ลืมไว้ที่โต๊ะอาจารย์
เพราะในนั้นเหมือนชีวืตน้อยๆของฉันเลยทีเดียว
ทั้ง ปากกาดินสอ thumb drive, เครืองลางห์. ชื่อหนังสือ
ที่ใช้หางานภาคริพนธ์ เหอๆ ป้ำ เป๋อ จังวะ...เฮ่อ และก็เป็นอีกหนึ่งวัน
ชิวมากไปหน่อยเลยก่อเรื่องซะ....และแล้วชีวิตก็กลับมาสู่สภาพปกติดังเดิม...
8月19日 ta lon tour.....กับเด็กหัวหยิก ทั้ง 2 ห่างหายไปนาน เพราะยังไม่มีเรื่องมาเล่า แต่แล้ว ก็มาup เพราะมีเรื่องจะเล่าแล้ว ......
ล่าสุดเพิ่ง กลับจากการไปเที่ยวลาว กับเพื่อนสาว 1 คน มานไปเพราะมีจุดประสงค์ แต่ของเราคือเที่ยวขำๆนั่นเอง เพราะอยากไปเห็นสะพานใหม่อิอิอิ ก็เลยเป็นการเดินทางของเด็ก(ยังกล้าพูดว่าเด็ก 5555)หัวหยิกทั้ง 2 แต่ถือว่าหนุกดีนะ เจอไรหลายๆอย่าง
การเดินทางเรียกได้ว่า ขาดแค่นั่งรถไฟ ก็จะครบยานพาหนะที่มี คือ ทั้ง เดิน นั่งรถ เรือบิน เรือ สองแถว มอไซค์
ออกเดินทางคืนวันแม่แห่งชาติ อยากบอกว่า รถที่นั่งดีกว่าบนเครื่องบินeconomy class ซะอีก แต่......นอนด้วยความยากลำบากมาก เพราะกระเทือนแหลกลาน แต่ก็ผ่านมาด้วยดี ถึง เมืองมุกดาหารเช้าอีกวันนึง ก็เดินทางต่อไปชายแดน ทำเรื่องเข้าลาวเมืองสะหวันนะเขต ขึ้น - ลงจากรถกันงงในที่สุดก็ผ่านได้ แลกตัง (ยังกับเศรษฐีนี แลกไป 280000 กีบ = 1000บาท) และก็ไปเจอเพื่อนอีก 2 คน รอรับซึ่งบริการประทับใจ thanks หลายนะ (ครอบครัวตัว อ :)) )
trip นี้กินกันหนุกหนานเลย เพลิดเพลินกับการกินและการเดินชมเมือง และได้รู้ว่า ลาวนี่ขับรถหะรูหะรา มากๆ lexus toyota mini (ยังมีให้เห็น) kia hundai คนมีตังค์ ก็ขับซ้า.... คนลาวใจดียิ้มแย้ม ดูเย็นๆ แต่...... กินอาหารเผ็ดชะมัด (ยอมแพ้ราบคาบ) หลังจากเพลิดเพลินกันอยู่ 3 days 2 night ก็ต้องบ๊าย บายกลับฝั่งไทย แต่มาคราวนี้ ก็ได้รู้จักมิตรใหม่ใจดี เลี้ยงข้าว พาท่องราตรี ใจดีหลาย ขอบใจหลายๆเลย
วันที่ 3 ก็ต้องลาลาวข้ามฝั่งไทย กลับมุก จะไปเดินตลาดอินโดจีน ติด แม่น้ำโขง (น.เยอะมากๆๆๆๆ ไหลเเรงอยู่ ตกไปอย่าหวัง จะว่ายข้ามไปอีกฝั่งได้) โดยสารเรือข้ามกลับ ใช้เวลาแป็บนุง เร็วกว่านั่งรถล่ะมั่ง ข้ามถึง ก็นั่งสองแถวมุ่งหน้าเข้าโรงแรม ระหว่างทางเล็งที่กินกันไว้เรียบร้อย ว่าคืนนี้จะมาเดินตลาดราตรีหาของกิน เพราะของกินละลานตามากมาย เก็บของเสร็จก็มาเดินตลาด เพื่อรอเวลากิน แต่แล้วฟ้าฝนไม่เป็นใจ ทำร้ายจิตใจเราทั้ง 2 ฝนตกลงมาโครมเบ้อเริ่ม ทำเด็กหัวหยิกทั้ง 2 ตาละห้อย ด้วยความเสียดาย แต่โชคดีที่ได้หาไรกินรับมือไว้แล้ว ก็อิ่ม เปรมได้อยู่ ก็ถือว่าดีที่ฝนตก เพราะทำให้กลับไปดูละครตอนเย็นช่อง7 ทัน555555 คืนนั้น เลยเซ็งเล็กน้อย ที่ไม่ได้กินในตลาด ก็กลับที่พัก ดูละคร อาบน้ำ แอ่นนอน เพราะต้องเริ่มการเดินทาง แต่เช้า
และแล้ววันสุดท้ายของta lon tour ก็มาภึง กินอาหารเช้า เพิ่มพลังง แล้วก็เริ่มการเดินทาง check out (หมดไป 900 บาท ค่าห้อง ถือว่า โอเคมาก ) ตามด้วย สามล้อ ไปขนส่ง จากนั้น นั่งรถจากขนส่งไปอุบลกัน ใช้เวลาปรมาณ 3 ชม. เนื่องจากระหว่างทางมีฝนตก + ทางซ่อมแซม ถึง ขนส่งที่อุบล ก็เหมารถไปสนามบินอุบล รอขึ้นเครื่อง กินข้าวกลางวันกัน และต้องเซ็ง เมื่อ เรือบิน มันไปล่อนลงที่สุวรรณภูมิ(โอ้วววววว ม่ายยยยย) ไกลโคตร ภาวนาให้มานล่อนที่ดอนเมือง แต่ป่าว และต้องเซ็งอีก เมื่อมานdelay อีก ร่วม40 นาทีได้ เหอๆๆ และเซ็งอีกเล็กน้อย เมื่อ มานตกหลุม อากาศ เพราะว่า ข้าพเจ้ากลัวเมาเรือบินมากมาย แต่สุดท้ายก็ร่อนลงอย่างสบายท้อง ถึงกทม. โดยสวัสดิภาพ .......และแล้วตะลอนทัวร์ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้
ไว้พบกับตะลอนคราวหน้า สวัสดี...
PS!! หนุกหนานๆ ประสบการณ์ดีๆแบบนี้ หาได้ยากจริง ขอบคุณเพื่อนสาว นามว่า ปุ้ม ที่ มานได้คิดหัวข้องานแบบนี้ เลยได้อานิสงค์ ไปด้วยเลยยยยยย 55555 ตะลอนหน้า จัดมานะ ถ้าว่างจะไปแจมอีก ..... 5月2日 การเดินทางครั้งใหม่เป็นการเดินทางแม้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ก็มีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย ระหว่างทางทาง ไม่ว่าจะเมาเครื่องเกือบอ้วกแต่ก็รอดช่วงเวลานั้นมาได้ ซื้อน้ำขวดละ$3 โอ้วแม่เจ้า!!!!!! บัตรโทรศํพท์ $4 แต่โทรกลับบ้านได้แค่ 5.5นาที etc..เยอะแยะมากมาย แต่ก็ผ่านมันมาได้ด้วยดี การเดินทางคราวนี้ไม่ได้สนุกสนานเฮฮา เหมือนครั้งก่อนๆ เพราะคิดถึงเพื่อนๆ ร่วมเดินทางเมื่อคราวที่แล้วจัง แต่ก็จะเฮฮากับตัวเองให้ได้มากที่สุด... จะลืมความรู้สึกต่างๆ ที่มีกับตัวเอง แล้วไปสนุกกันนนนนนนนนน เนาะ!!!!!
nothing to say!!!!
ps!!!ระหว่างพิมพ์ก็ต้องนั่งสะดุ้งไปกับเสียงรถไฟที่มันวิ่งเพ่นพ่าน จอดส่งสินค้าเสียงดังเหมือนฟ้าผ่า สะดุ้งทุกครั้งที่มันจอดเลยแฮะ!!!
...........////.............. 4月10日 ตะ ล้อค ต๊อก แต๊ก...ไหนๆ ก็วันจักรีหยุดติดกัน 3 วัน เลยถือโอกาสออกนอก กทม. ซะหน่อย เพราะสงกรานต์อาจติดแหง่กอยู่กับบ้าน ต้องรีบไปก่อน โปรแกรมคราวนี้เป็นทริป ขึ้นเหนือกานคร้าบบ เป็นเหนือพอประมาณ แต่ไม่เหนือสุด ตอนแรกกว่าจะไปทะเล แต่ด้วยป๊อดว่าเด๋วจะฝนตก พายุเข้าและต่างๆนานา เลยเอาเฮอะไปทางเหนือแล้วกัน ขับรถกันชิวๆขึ้นไปเรื่อยๆ ถือว่าเป็นการขับรถเที่ยวไปในตัว
DAY 1
วันแรกของการเดินทางออกจาก กทม. เป้าหมายคือ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาววววววว จ.เพชรบูรณ์ อยากไปมานานและคราวที่แล้วพลาดไปแล้วไม่ได้นอน กะขึ้นไปนอนบนนั้นซะหน่อย แต่ด้วยความที่ไม่ได้เตรียมการจองล่วงหน้า เลยต้องเสี่ยงดวง ว่าจะได้นอนมั้ย แต่คิดว่าได้น่า เพราะไม่ใช่ช่วงฤดูที่คนจะมากัน น่าจะมีที่ให้นอน เราก็เริ่มทริปตะล้อค ต๊อก แต๊ก กัน ก่อนมา นอนน้อยไปหน่อยเลยหลับตลอดทาง รู้แค่ว่า ไปทางดอนเมือง ออกไปถึงวังน้อย แล้วก็หลับปุ๋ย ตื่นอีกทีกินข้าวกลางวันที่เพชรบูรณืแล้ววววโย่วๆๆ แต่ ต้องไปกันต่ออีกหลายกิโลทีเทียว ทางขึ้นเขา - ลงเขามันดี 555 ไม่ได้ขับหรอก แต่นั่งเป็นnavigator น้อย ช่วยดูแผนที่ เสียวว่าบๆ ตอนวิ่งไปเจอรถบรรทุกกะลังไต่เขาอย่างอืด แล้วต้องเร่งสปีดขับแซงกันบนเขา ระทึกกันไปหลายรอบ ในที่สุดก็ถึงอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวจนได้ เป็นเวลาบ่าย 2 โมงก่าๆ เสียค่าเข้า 60 บาทเอ๊ง เป็นน.ศ. 10 บาท ค่ารถ 30 อีก 20 บาทของหม่ามี้ ส่วนปะป๊าไม่ต้อง เข้าฟรี(อิอิอิ อภิสิทธิ์คนวัยเกษียณ) ขึ้นไปเจรจาเรื่องบ้านพักกันอยู่แป๊บนึงในที่สุดเราก็ได้บ้านมา อุอุอุ ปลื้มๆได้นอนแล้วว แล้วก็ได้มิตรเพิ่ม 1 คนบนนั้น คือหัวหน้าอุทยานที่ดูแลที่น้ำหนาว ดูใจดี สุภาพ เลยทีเดียว กว่าจะเรียบร้อยกันก็เริ่มจะค่ำ เพราะนอนพักหลังจากนั่งรถเหนื่อยอากาศดีเริ่มถามหา เย็นสบายถึงขั้นหนาว แถมฝนตกอีกตะหาก แม่เจ้ามันหนาวได้ที่จริงๆ และเราก็พบว่า กับข้าวบนนี้แม่ค้าทำได้อร่อยมาก แถมถูกอีกตะหาก (ช่วยโปรโมต) ชื่อร้านป้าแดง เสร็จแล้วก็ว่าจะดูพระอาทิตย์ตกแต่เมฆบึมเพราะฝนตกเลยเห็นแค่แสงๆ สีส้ม อืมก็สวยไปอีกแบบ และก็มีอีก 1 อย่างที่เกิดขึ้นคือ นอนเร็วเป็นประวัติการณ์ 3 ทุ่มครึ่ง หลับแล้วววว ด้วยความที่ไม่มีไรทำ นั่งดูแมลงเล่นไฟบินเต็ม ฟังเพลงชิวๆ อากาศหนาวสบาย หลับปุ๋ย ....
DAY 2
ตื่นเช้าเป็นประวัติการณ์อีก 6 โมงเช้า ลืมตาโดยไม่มีการปลุก (โอ้ว!!! ช้านทำได้) ไปเดินสูดอากาศเย็นกัน ดูพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้น แต่ก็มีเมฆบดบัง ยังไงสีก็สวยเลย เเจ่มมาก ก่อนจะกลับก็ได้ไปเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ หรือเดินป่าขนาดย่อม ระยะทาง 1 กม. เนื่องจากเวลาน้อยมันยังมีอีก 2-3 เส้น แต่ไม่สามารถเพราะไกล ต้องใช้เวลา ก็โอเคนะ มันชื้อนๆ อากศเย็น ต้นไม้แปลกก็มี ดอกไม้แปลกๆก็มี เดินเสร็จเริ่มจะมีแดด อบๆแล้วก็เราก็บ๊าย บาย น้ำหนาวกัน (อยากอยู่ต่อชะมัด) จุดหมายต่อไปคือ...จ.อุตรดิตถ์ คือ เขื่อนสิริกิตติ์ ปะป๊าอยากไปดู ขับรถก็ชิวอีก แค่ไม่ชิวตอนลงเขา แต่ระหว่างทางถนนโอเคเลย แซงกันอย่างมัน ใครอยากมาปลดปล่อยขับรถเร็วก็ตามสบาย แต่ละคันนี่มันไปเเข่งรถฟอมูล่าวันกันได้อ่ะ เห็นลีลาการขับแต่ละคัน มันเชี่ยวกันจริงๆ ถึงที่หมายประมาณ ช่วงเย็น ที่นอนก็ในนั้นแหล่ะในเขื่อนเพราะอ่านคู่มือมาว่ามันมีที่ให้นอน เขื่อนก็ใหญ่โตโอ่โถง แต่น้ำมันน้อยไปหน่อย อากาศร้อนอิ๊บอ๋าย แม้ขนาดกลางคืน ผิดจากคืนแรกอย่างสิ้นเชิง :( (เศร้า) .... แต่มีแอร์ในห้องช่วยไว้ + กับมีหนังubc ให้ดู หนังหนุก 2 เรื่องติด..เลยหลับดึก(อีกแล้ว) สบาย....
DAY 3
เนื่องจากไม่มีแรงจูงใจให้ตื่นเหมือนคืนเเรกเลย เลยตื่นตอน 8 โมงกว่า ก็ต้องเด้งขึ้นมาเพราะจุดหมายต่อไปคือ จ.แพร่นั่นเอง ว่าจะไปดูเเพะเมืองผีซะหน่อย
ใช้เวลาประมาณเกือบ 3 ชั่วโมง ก็ถึงแล้ว เมืองเเพร่นี่เงียบจัง ได้ไปไหว้พระ 2 ที่ โปรแกรมหลักว่าจะไปแพะเมืองผี แต่คุยกันแล้ว ว่าถ้ามันเหมือนกับ ละลุ ที่จ.สระแก้ว ก็อาจจะไม่ไป เพราะ ละลุ มันก็เป็นแพะเมืองผีน้อย นั่นแหล่ะ โปรแกรมนั่นเลยยกเลิกไป ไหว้พระเสร็จก็บ่งกลับกทม. เพราะหนทางขับรถอีกยาวไกล เดี๋ยวบ้านดึก ก็ออกจากแพร่ ประมาณ บ่าย 3 โมงกว่าๆ ก็ต้องอำลา ทริปในครั้งนี้ซะที ระหว่างทางก็ขับกันมันอีกแล้ว เริ่มไม่มัน(แต่ก็ยังมันอยู่) ก็เส้นทางช่วงนครสวรรค์นี่แหล่ะเพราะไปถึงช่วงมืดแล้ว มืดก็มืด ทางก็ยังซ่อมอยู่ ยังไม่ได้ตีเส้นเลนกันเลยวิ่งมั่วซั่ว แต่ก็ยังขับกันเร็วอยู่ หัวใจหล่นตุบไปหลายรอบ เพราะหลับไม่ได้เลย ต้องช่วยกันดูทางแต่ก็หลุดรอดผ่านมาด้วยดี ถึงกทม.4 ทุ่มกว่า....ถึงบ้าน
(เขียนเยอะจังเนาะ เอาเฮอะเขียนแล้วมันส์ อยากเขียนอีกแต่เกรงใจ พอและ...)
3月31日 meeting ส.ร.น. 6/8นานร่วม 10 ปี ตั้งแต่จบป.6 ที่ไม่ได้เจอกันเลยยยยย ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเรียนต่อมัธยมที่โรงเรียนต่างๆ บ้างก็ได้ไปเจอกันต่อตอนมัธยม บ้างก็ไปโดดเดี่ยว เหอๆ แต่มาวันนี้ ก็ครบ 10 ปีแล้วอ่า ตั้งแต่จบออกไปตอนปี2539อ่ะ ซึ่งนี่มันก็ 2550 แล้วอ่ะ (แก่จังวะ) ก็เลยคิดจะนัดเจอกันซักครั้งนึง เพราะ ณ ตอนนี้ก็มีหลายคน เรียนจบแล้ว และยังไม่จบก็มี ตามตัวกันสุดๆอ่ะ กว่าจะเจอแต่ละคนโหว โทรกันเป็นทอดๆไ ขอเบอร์จากคนโน้นคนนี้ แต่พอโทรติดเจอเจ้าตัวก็รู้สึกดีใจในที่สุดก็เจอมานจนได้ อุอุอุ
รู้สึกว่า เจอกันคราวนี้เพื่อนๆไม่เปลี่ยนเลยอ่ะ หน้าตายังไงก็ยังงั้นเล้ยยยย อาจมีเปลี่ยนบ้างนิดหน่อยก็ไม่เยอะมาก มีแต่ความสูงที่เปลี่ยนไปอย่างมากมายก่ายกอง 5555 ที่ตัวเล็กๆสมัยก่อน เจอกันคราวนี้มานสูงกว่าเย้ออออเลยอ่า (ช้านเตี้ยไปเรยยย)แต่มีเข็มนี่แหล่ะ นี่ช้านงงๆ ในตอนแรก เพราะจำไม่ได้เล็กน้อย 555 เพราะทรงผม และสีผมมานนั่นเอง นัดกันประมาณ 6โมงเย็น มีเรา3 คน กะเจ๊ แล้วก็เพลิน มาก่อนเลย มาร้องเพลงรอเพื่อนๆ กันอย่างเมามัน 555 ต่อมาก็ตามมาด้วย พี่ตองงงงงงง หุหุหุ ไม่ได้ เจอน้านนาน คิดเถิงๆ อีกซักพัก ก็ตามมาด้วย แมว และเต้ และอีก 1 คน ที่มันอำพวกเราซะเกือบเชื่อไปแล้วว่าเป็นเพื่อนใน 6/8 แต่จริงๆ เป็นเพื่อนมาร่วมแจมมสังสรรค์ จากนั้น ตามด้วย เอี่ยว&แก๊ป คู่หูดูโอ้ ดูตัวติดกันตลอดเวลา มานเป็นไรกานป่าวว้า (555 ล้อเล่น) และตามมาอีก 1 คือ ชินพิชญ์ (จำไม่ได้เลยว่าชื่อเล่นว่าหมู จนเพื่อนฝูงมาเรียกกัน เรียกแต่ ชิน ติดปาก เหอๆๆ) มาได้พักนึง ก็กลับไปก่อน เพราะไปสังสรรค์ต่ออีกงาน เหอๆ party man จริงๆ และคู่สุดท้ายของงาน คือ เข็ม และแฟนสาว อิอิอิ มาแบบว่า เค้ากินเสร็จไป 1 รอบแล้ว มานี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าไมค์ไปร้องเพลงซะงั้น ก็ทยอยกันมาเรื่อยๆ จนมาได้ประมาณ 11 คน อ่ะก็ประมาณ ร่วม 2-3 ทุ่มอะมั้งไม่แน่ใจ ก็รู้สึกดีใจอ่ะที่ได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้งนึง แม้ว่า จะอยากให้มามากกว่านี้ก็ตาม แต่ว่า แต่ละคนก็มีภารกิจ ติดงานด่วน (เช่น ฟารีดา กับเอ้ธันชนก เกือบได้มาแล้วเชียว) ไม่ว่าง และมากันไม่สะดวก ก็นะไว้คราวหน้า ห้ามเบี้ยวนะเฟ่ย มาเจอกันก็พูดนึกถึง สมัยตอนเด็กๆ มีเรื่องฮาเต็มเลยยยย ขุดคุ้ยกัน และยังจำกันได้ 555 นึกแล้วกตลกดี เสียดายอาจารย์ ปราณีไม่ได้มาด้วย เพราะอาจารย์ติดไปต่างจังหวัด เศร้าๆๆๆ แต่คิดว่ามันต้องมีโอกาสหน้าอีกอ่ะนะ
บรรยากาศ ณ ร้านใบไม้ร่าเริง ย่านม.เกษตร ก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน ขำๆ ฮาๆ ชิวๆ ร้องเกะกานใหญ่ ใครเสียงดี เริด ก็รู้กัน แล้วก็กินกันกระจาย+เหล้า(ใครกินจ่ายเองไม่หารด้วย) แต่เราก็ยังไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่อ่ะนะจริงๆแล้วๆ (แต่เกรงใจ) แต่ว่าหมดไป เกินงบที่ตั้งไว้ 55555 แต่ก็มะเปงไร นานๆที เกินเป้าไปกันคนละ 100 บาท หุหุหุหุ
สรุปแล้ว เป็นปลื้ม ที่มาเจอเพื่อนๆ นะ หวังคงจะมีโอกาสหน้า คราหน้า อีกเน่อ
รูปรอแป๊บ
3月16日 ไม่รักหมาจริงคงเลี้ยงไม่ได้เหอๆ เมื่อวาน ไปบ้านแพทมา ไปกะโบ๋ ไปถึง เพื่อนเรา 2 คน กำลังมอมแมม กับการอาบน้ำให้เหล่าบรรดาหมาทั้งหลาย อีกฝั่งนึงน้องแพทกำลังเป่าขนให้บั๊กกี้ น้องใหม่ของบ้านแพท น่ารักมากมายก่ายกอง ตัวเล็กๆ กำลังนอนสบายใจเฉิบให้เป่าแต่โดยดี เหมือนเด็กเลย ใช้เวลาเป่านานมากกว่าจะแห้ง เพราะขนมันหนา พอเสร็จคิวน้องสุดท้อง ก็ถึงคิวต่อปายของได เป็นครั้งแรกที่ได้เป่าขนให้หมา รู้สึกได้ ถึงขนฟุ้งปลิวว่อนทั่วบ้าน 55555 เรากับโบ๋ เต็มไปด้วยขนหมาเต็มเสื้อ แล้วก็ใช้เวลนานพอสมควรกว่าจะแห้ง เรากับโบ๋ช่วยกันพลิกตัวมันไปมา มันก็สบายใจเฉิบ หรือง่วงๆ ซึมๆ ไม่รู้เพราะมันนาน (มันคงนึกในใจทำไมมันถึงช้าจังว้า ช้านถึงจะฟูเหมือนเดิม เพราะอาบน้ำตัวเปียกตัวลีบเหลือเล็กนิดนึง) รู้สึกได้ถึงคนที่รักบรรหมาทั้งหลายที่ต้องดแล พาไปหาหมอ อาบน้ำให้มาน ดูแลมานเหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว นับถือจริงๆ จะอาบน้ำ เป่าขนให้มานทีนึงนี่ วันนั้น ต้องว่างทั้งวัน ไม่งั้นไม่เสร็จแน่ ดูเหน็ดเหนื่อยกับการวิ่งไล่มาน ให้มานมาอาบน้ำ ไม่ให้มันดิ้นตอนอาบน้ำ เพราะสะบัดที โอ่วโหว ยังกะน้ำมนต์โดนกันทั่วหน้า........มีรูปให้ดูเล็กน้อย อิอิอิ (ไม่ใช่หมาบ้านช้านเล้ยเพราะไม่มี เลยต้องไปเล่นบ้านคนอื่น 555)
12月19日 Young Expo 2006ก็จบไปแล้วกับงานYoung Expo 2006 อ่ะนะที่สนสันติชัยปราการ วันที่ 15-17 ธ.ค.49 บรรยากาศดี๊ดี แต่คนแออัดไปนิดนึง แต่ว่า จัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีลมเย็นโชยตอนเย็น ค่ำๆ ก็สบายดี มีดนตรีเพราะๆฟัง หลายแนวมาก ไม่ว่าจะ pop, hip hop, jazz, เร้กเก้ etcโอยมีเยอะหลายแนว บางแนวเราก็ไม่ค่อยรู้จัก แล้วก็มีของทำมือขาย มีตรวจสุขภาพฟรี(ซึ่งก็ไปใช้บริการมาเรียบร้อย อุอุอุ ผลที่ออกมาก็...นะ มีทั้งดีจาย และเศร้าจาย อุอุอุ) รู้สึกว่าตัวเองดูมีประโยชน์กับเขาบ้างก็งานนี้ล่ะ ที่ได้มีโอกาสไปช่วย ก็ได้ประสบการณ์ที่ดี ได้เพื่อนใหม่ๆ และได้รู้อะไรดีๆหลายอย่าง ถ้าไม่มีเพื่อนโทรมาชวนเราคงจะไม่รู้เรื่องงานนี้หรอก แม้ว่าเราอาจจะไม่ได้อยู่ครบตลอดงาน (เพราะมีแอบอู้นิสนึงไปเดินดูงาน เตร็ดเตร่ 5555) เราได้รู้ว่าเพื่อนๆ ที่มีความผิดปกติทางสายตาอ่ะ จริงๆแล้วเค้าเจ๋งนะ สามารถประสานงานกับพวกเราได้สบาย(ด้วยโทรศัพท์มือถือ และการพูดคุย)มีชีวิตเหมือนพวกเราปกติ ไม่ว่างานฝีมือ (ร้อยลูกปัด) เรียนหนังสือ เล่นดนตรี แล้วก็ทำได้ดีด้วย เรายังคิดเลยว่า เค้าเยี่ยมมากอ่ะ เก่งกว่าเราหลายเท่าเลยอ่ะ เราคิดว่าความผิดปกติทางสายตาของพวกเขาแทบจะไม่มีผลกระทบอะไรเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่เค้าต้องการคนที่นำทาง ไปที่ๆเขาต้องการ แต่ถ้าไม่มี เขาก็ไปเองได้ ด้วยวิธีของเขาเอง คือมีไม้เท้าสีขาว คอยเป็นตาแทนเขา
สิ่งที่เราอยากรู้ แต่ไม่มีโอกาสได้ถามเพื่อนๆที่ตาบอดคือ เขาใช้โทรศัพท์มือถือได้ยังไง ??(เพราะเราเห็นเค้าเอาโทรศัพท์แนบหูแล้วก็เอามือกดๆ แล้วก็โทรออก ได้ซะงั้น) คือโทรศัพท์มันคงhi-tech อ่ะนะ แต่เราอาจไม่รู้เอง เพราะเรามันออกแนวLow-tech เล็กๆ 5555
ก็มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อนๆคนไหนที่พลาดไม่ได้มางานก็.......เราคิดว่านะมันน่าจะจัดอีกปีหน้าล่ะ แต่มันจะเป็นประสบการณ์อีกอย่างหนึ่งที่เราจะไม่ลืมเลยอ่ะ
อ่อ....แล้วก็วงที่มาเล่นใกล้ปิดงาน ก็มีวง playgroud แล้วก็ eskimo project (วงนี้ไม่ค่อยรู้จักอ่า) วงplayground เล่นหนุกดีอ่า นักร้องก็อัธยาศัยดีโค-ตร 10月30日 meeting S.W.608วันศุกร์ที่ 27-10-2549 : เวลา: ประมาณ 18.30น. ณ ร้านreflection
ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 อ่ะมั้งที่นัดห้องกัน ตั้งแต่เรียนจบ ม.6กัน
คราวนี้ นัดกันที่ร้าน reflection ไม่เคยไปเหมือนกัน แต่ก็สามารถขับรถงมไปได้ ด้วยการบอกทางของแพทตี้นั่นเอง แต๊งกิ้วหลายๆ
ได้ยินแต่ชื่อ พอมาถึงก็...อืม..ร้านแต่งน่ารักดีอ่ะแหววมาก สีชมพู โต๊ะสีสันแสบตามาก บรรยากาศดีทีเดียว ขอปรบมือให้คนที่คิดถึงร้านนี้
แต่ที่น่าเสียดายคือเพื่อนที่มากันแค่ 18 คนเองมั้ง มาน้อยกว่าคราวก่อนอีกอ่ะ แต่การถ่ายรูกที่ไม่ได้ถือว่าน้อยตามคน ถ่ายกันกระจาย โดยเฉพาะ พรพิสุทธิ์ 555555 เก็บทุกshot
อาหารก็ใช้ได้ทีเดียว บรรยากาศก็ดีอ่า เฮ่อถ้ามากันเยอะคงหนุกหนานมากมายกว่านี้เนาะ เพื่อนๆ แต่ละคนไม่ได้เจ๊อะกัน เเรมปี เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงกันทุกคนเล้ย สวยเด้งกันเป็นแถว ก็จะจบกันแล้วหนิเนอะ (เร็วจังแฮะแป๊บเดียวเองอ่า)
สรุปรายชื่อที่จำได้ว่ามีมครไปบ้างก็มี เราเอง แพท แกน ปุ้ม หมูทอด หนู ฝน(ซีด) พิงค์ แอม(สุข) พร บี (วริศ) บี(ลิง) เอ้ น้อยหน่า ยุ้ย เอ๋ย ขนุน เบล
ก็ประมาณนี้อ่า ถ้าตกหล่นก็ขออภัยเน่อ
เฮ้อ หวังว่า นัดห้องคราวหน้า เพื่อนๆ จะมากานพร้อมหน้าพร้อมตากานน้า
รูปไม่มีให้ดูกัน ไปดูspace ของเพื่อนคนอื่นแล้วกันนะจ๊ะ(เอากล้องไปแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์555)
โชคดีกันทุกคนนะ แล้วก็คิดถึงเพื่อน SW 608 กันทั้งห้องเลยนะ 7月12日 งดเหล้าเข้าพรรษา เอาเวลาไปเที่ยวดรีมเวิร์ดดีก่าหุหุหุหุ เมื่อวาน(วันเข้าพรรษา) ได้ไปปล่อยแก่ที่ดรีมเวิร์ดกะเพื่อนๆมา ไปกัน 7 คน อยากบอกว่าคนที่ไม่ได้ไป 2 คนน่ะพลาดมากๆอ่ะ หนุกมากคับ แม้ว่าจะเล่นไม่ครบ แต่ก็หนุกๆ ขำๆ เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกรอบเลยอ่ะ ไม่ได้ไปเหยียบดรีมเวิร์ดนานมากๆ โชคดีที่อากาศเป็นใจ ฝนไม่ตกเพราะตอนเช้า ทำท่าว่ามันจะตกหนัก แต่ก็ผ่านมาได้ กว่าจะได้ไปเล่นเครื่องเล่นกัน ก็ถ่ายรูปกันกระจาย ต้องรีบถ่ายก่อนเพราะยังไม่โทรมเท่าที่ควร เดินไป ถ่ายรูปไป เรื่อยๆ ก็เริ่มเหนื่อยแล้วอ่ะ เมื่อวานคนไปเที่ยวเยอะมากๆ ทั้งเด็ก วัยรุ่น ยันคนมีอายุก็มา อยากเล่นอีกหลายๆรอบ แต่ว่าสังขารไม่ให้เหนื่อย มึนหัวกะรถไฟเหาะสีเขียว แต่อยากเล่นรถไฟตะลุยจักรวาล กับ รถปั๊มอีก มันมาก
สรุปว่าเมื่อวานก็ชวนกานไปปล่อยแก่กาน อย่างสนุกสนาน และเหนื่อยไปตามๆกัน แล้วได้โพสท่าสวยๆ ที่ดรีมเวิร์ดกันอีกหลายใบ แล้วปิดท้ายด้วยโซ้ยก๋วยเตี๋ยวเรือกันเต็มโต๊ะ
5月3日 ไปเที่ยวสวนสัตว์วันนี้ท้องฟ้าอากาศมืดครึ้ม ตั้งแต่ช่วงสายๆ แต่เราไม่หวั่นเพราะตั้งใจกันไว้ว่าจะๆปเที่ยวสวนสัตว์กันให้ได้เลย เอาล่ะ เราก็นั่งรถของโรงแรมให้พาไปส่ง แล้วก็เกิดอาการลังเลกันกะทันหัน เพราะคนขับรถทักว่าจะไปจริงหรอฝนจะตกนะ.....แต่สุดท้ายก็ไปกันจนได้.....เพราะก้างลงจากรถฝนก็พรำๆ พวกเราก็คิดกันว่าเด๋วมานก็หยุดน่า.......แต่แล้ว......มานไม่หยุดมานตกกันอย่างต่อเนื่อง พวกเราก็ดูสัตว์ ชมนก ชมไม้กันอย่างต่อสนุกสนาน(รึป่าว) จากชิวๆ กลายเป็นเริ่มเย็น จนกระทั่งหนาว เพราะมันตกซะอากาศเย็นไปหมด พูดควันออกปาก แต่พวกเราก็ยังเดินกันต่อไป สวนสัตว์จากคนเยอะๆ กลายเป็นสวนสัตว์ร้างไปเลย แต่คิดอีกอารมณ์นึงก็ดีเหมือนกันคนน้อยๆ ไม่วุ่นวาย เราเดินกันตั้งแต่ปามาน เที่ยงครึ่งจนสวนสัตว์ปิดคือตอน 5 โมงเย็น ก็ได้ดูสัตว์มากมาย แต่ว่าก็ดูไม่ครบเพราะว่าฝนตกนั่นเอง Cleveland Zoo แต่ชื่อมันเต็มๆ ถ้าจำไม่ผิด น่าจะ the metropark zoo นะเออ...แต่ช่างมันเหอะ เอาเป็นว่าไปเที่ยวสวนสัตว์มาเนาะ ก็สนุกดีนะวันี้ สวนสัตว์ใหญ่ดี ทำดีมากๆ น่าเดินสุดๆ ...............เพื่อนมันมาไล่ละ ไปนอนดีก่า.....มีรูปมาฝาก 4月17日 EASTER DAYวันนี้เป็นวันEASTER (16 - 04 - 06 ) เป็นวันday off แต่โดนเรียกตัวมาทำเป็น banquet server ด้วย เริ่มงานตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง ปามาน 6 โมงเย็น งานวันนี้จัดเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ มื้อกลางวันคิดค่าอาหารเป็น รายต่อหัว ส่วนถ้าพาเด็กอายุต่ำกว่า 8 ขวบมาให้กินฟรี Easter ทำให้เราเกิดคิดถึงบ้านขึ้นมากระทันหัน เพราะเราเห็นแขกที่มากินข้าวมากันพร้อมหน้าพร้อมตา พาครอบครัว ญาติๆ มากินข้าวด้วยกันถือเป็นการพบปะสังสรรค์กัน วันนี้ยืนจนขาเราแทบไม่มีความรู้สึกพอหย่อนตูดลงนั่งปุ๊บ โคดดดดดดดดดดเมื่อยเลยอ่ะ
แต่วันนี้รู้สึกคิดถึงบ้านมากกกกกกกอย่างบอกไม่ถูก อยากกลับบ้าน คิดถึงป๊า กะ แม่ มากๆๆๆๆๆๆ เลยอ่ะ :( ดราชอบเทศกาลนี้จังดูครอบครัวพวกอเมริกันรักกันดี มาลูป หลาน มากินกัน มีทั้งคนแก่ คนพิการ ก็พามากินกัน ไม่จำกัดอายุ นานๆ จาได้เห็นพวกวัยรุ่นอเมริกัน มากินข้าวกับครอบครัว ปู่ย่า ตายาย ก็น่ารักไปอีกแบบนึง
สรุปก็คือ วัน EASTER ทำเราคิดถึงบ้านสุดๆ เกือบร้องไห้ ตอนทำงานอยู่ รู้สึกวูบๆ ว่าคิดถึงป๊ากะแม่ ................ คิดถึงบ้านนนนนนนนนนนจางงงงงงงงงงง
มีรูปมาฝากกานโด้ยยยยยยยยยย
4月11日 อำลาเพื่อน อีก1เมื่อคืน พวกเราก็มีการเลี้ยงส่งเพื่อนอีก 1 คนซึ่งเป็นชาวบราซิล (คนสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ ใน Holiday Inn Independence) พวกเราทำ บลูเบอร์รี่ชีสพายให้ (อ้อ!!!! เพื่อน บราซิลคนนั้นชื่อว่าา Fernando )ซึ่งเป็นของที่ทำง่าย สะดวก และเร็ว เนื่องจากเพื่อนเราได้ เตรียมทำไว้ล่วงหน้าแล้ว ( จริงๆแล้วไม่รู้จาทำไรให้ คิดมุขกันไม่ออก เลยทำ พาย ง่ายๆ ให้เค้ากิน ) แล้วก็มีการ ถ่ายรูป กินพาย กานอร่อยยยยยยยยยยย
ก็ถือเป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะ จากนี้ก็จะเหลือแต่เด็กไทย 11 คน ใน Holiday INN พวกเรารู้จัก เฟอร์นานโด้ กันแค่ปามาน 3 อาทิตย์ พอ กับ ราฟาเอล แต่ดูเหมือนจะสนิทกันเร็วมาก แต่เห็นเค้าบอกว่า ช่วงท้าย คือช่วงที่พวกเราก่อนกลับอาจจะมี นักเรียน จากรัสเซียมา แต่ไม่เเน่ใจเหมือนกัน
แล้วจาเอารูปมาลงให้ดูกาน วันหลังนะ
ปายยยยยล่ะ |
|
|